อันนี้เป็นอาหารที่พ่อเคยทำ เลยพยายามลองลอกจากหน้าตาดู (ไม่เคยเข้าไปช่วยทำ) วิธีทำง่ายกว่าที่คิด.. แค่หมูสับกับไข่เค็มหั่นมายัดใส่ถ้วย จบ 555 แล้วก็ผักตามใจ ในนี้มีแครอทกับต้นหอมหั่น แล้วก็โรยผักชีไปงั้นๆเพราะมันแถมมากับต้นหอม หมูก็ปรุงซอสสิ้นคิดเหมือนเดิม น้ำปลา ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม น้ำมันหอย แล้วก็ พริกไทย ออใช่ ใส่กระเทียมนิดนึง (ให้มีโอกาสเคี้ยวโดน ซัก 2 คำ)

หม้อตุ๋นไม่มี ก็เลยเอาจานไปวางบนกระทะแทน แค่มีฝามันก็เหมือนๆกัน

เหตุผลที่เป็นอาหารโปรแกรมเมอร์ เพราะเป็นอีกอย่างต่อจากสตู ที่ไม่ต้องมี active time มาก ของซื้อมาก็สับๆยัดๆ ไม่ต้องเรียงอะไร

เมนูแบบไข่เจียว หรือข้าวผัดผมนับว่าค่อนข้างยากมากถ้าเทียบกับของแบบนี้ แต่หลายๆคนชอบว่ากันว่า เป็นเมนูมือใหม่ แล้วใครที่ทำไข่เจียวไม่ได้ก็จะโดนว่าแค่ไข่เจียวง่ายๆทำไมทำไม่ได้ 555 นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว จุดยากคือ timing ที่ unforgiving มากครับ แบบถ้าเลยจุดนึงแล้วจะ downhill อย่างรวดเร็ว หรือมี timing หลาย layer ที่ต้องทำอะไรตรงจุดนี้เด๊ะๆ แล้วผ่านไปอีกชั้น ต้องทำแบบนี้ที่อีกจุดนึง ของนึ่งๆพวกนี้ lenient กว่าเยอะเลยครับ

[Cooking Programmer] สตู
เดือนก่อนครับผมลอง “ฝึกไป Starbucks” ดู พอไปทีนึงแล้วติดใจรู้สึก productive ดีก็เลยไปสลับกับร้านเดิมเรื่อยๆgametorrahod.com

ซุปเทพโผล่มาจากไหน

ผ่านไปซัก.. ครึ่งชม.มั้ง คือข้าวสุกพอดีเริ่มทำพร้อมหุงข้าวได้ พอเปิดออกมาเราจะพบกับซุปเทพสีทองที่อร่อยมาก ซึ่งที่พ่อผมทำไม่ได้มีแบบนี้ ก็เลยจะมาวิเคราะห์

  • หมูเอาออกมาจากฟรีซสดๆ : เพิ่งออกมาจริงๆ แบบปั้นรวมกันยังยาก อันนี้ทำให้มีน้ำ innate อยู่ในเนื้อที่พร้อมจะซึมออกมาพอมันกำลังสุก ถ้าเอาหมูที่ defrozen แล้ว เป็นไปได้รึเปล่าที่ผลจะต่างจากเดิมแม้น้ำจะอยู่ในนั้นด้วยกันเหมือนเดิม?
  • ไอน้ำเด้งกลับเพราะปิดฝา : อันนี้ confirm แล้ว แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น จะพิสูจน์ให้ดูทีหลัง
  • ไขมันไข่แดงเค็ม : อันนี้ highlight ที่ทำให้น้ำอร่อยเลย คือเหมือนไม่ได้มาจากฝีมือเราแต่มันอร่อยอยู่แล้ว เมนูนี้มันเลยเวิร์คและง่าย
  • ซุปที่โกงเข้าไปเอง 555 : โอเคอันนี้นึกสนุกก็เลยลอง ก็คือเอาซุปไก่ก้อนซัก 1/4 ก้อนมาละลายน้ำร้อนแล้วเติมให้มันขังอยู่ข้างบนตอนยังดิบอยู่ เดี๋ยวครั้งหน้าจะลองทำแบบไม่ทำแบบนั้นว่าน้ำเทพจะยังออกมาเท่านี้อยู่มั้ย แต่ที่แน่ๆมีน้ำเทพมันดีกว่า
  • ปั้นหมู อย่าแน่นมาก : จะเห็นว่าขอบหมูมันเซาะออกมาจากถ้วยเอง อันนี้แหละที่คิดว่าดี เพราะพื้นที่ผิวให้ไข่เค็มละลายจะได้มีรอบด้าน

กลับอุดรจะไปดูพ่อทำว่าทำไมซุปไม่เหมือนกัน

ไฮไลต์ของเมนูนี้มันอยู่ที่ ความพื้นที่ผิว maximum ของหมูสับ ที่เราสามารถขูดลงไปชุบน้ำซุปเทพมากินได้ทุกคำ consistently จนหมดจานไงล่ะ

แต่ซุปนี่ก็ยังมีจุดน่าคิด

  • เค็ม : ถ้าทำเป็นแบบสดใสๆ แล้วเยอะกว่านี้ก็น่าสนใจ
  • แต่ถ้าแบบนั้นต้องมีถ้วยใหญ่กว่านี้ แค่นี้ก็จะล้นแล้วตอนแรก

ทดลองต่อ

พอดีกินซุปเทพเยอะไปก็เลยแห้งก่อนหมูหมด ก็เลยอยากลองทำซุปใหม่จากหมูเดิมดู เติมน้ำกลับเข้าไปแล้วก็ลองเอาขิงไปแช่ กับจะพิสูจน์ด้วยว่าผลจากไอน้ำเยอะแค่ไหน

ก่อนต้มเห็นว่าน้ำปริ่มๆขิง หลังออกมาเห็นว่าน้ำเพิ่มขึ้นไม่มาก พอๆกับครึ่งนึงของความสูงขิง แสดงว่าน้ำซุปส่วนมากน่าจะมาจากน้ำที่อยู่ในเนื้อหมูที่แช่ช่องฟรีซมา *น้ำที่ทำทีหลังมันไม่ค่อยได้รสเลือดเนื้อแล้ว แต่มีขิงก็ดีครั้งหน้าอาจจะลองหาวิธีใส่ตั้งแต่แรก น่าจะโปะไว้ข้างบนแล้วค่อยเอาออก

เปลี่ยนเป็นต้มจืด hybrid ไปเลยดีมั้ย

ในเมื่อซุปเทพ “ของแถม” มันอร่อยนัก ทำไมเราไม่ลองตั้งใจทำให้เป็นน้ำจริงๆเลยจะได้ซด คือตั้งใจให้เป็น “หมูสับนึ่งซดน้ำได้” ไปเลยนั่นเองครับ

เพราะฉะนั้น ครั้งนี้ก็เลยทำน้ำคนอร์ที่ว่าเยอะขึ้นให้มันท่วมๆตั้งแต่ก่อนนึ่งเลย

ออกมาแล้วน้ำยิ่งเยอะขึ้นอีกคล้ายๆต้มจืด แต่มีแต่หมูเน้นๆ แล้วก็ขิงใส่เยอะขึ้นละ น้ำมีรสน้ำมันไข่แดงเค็ม อร่อยดี ทำง่ายกว่าไข่เจียวอีก ez แล้วก็ขิงนี้ ห่างกันประมาณ 2 เดือนจากภาพแรก มีราขึ้นตรงผิว แต่ล้างราออกข้างในก็ยังสดดีเหมือนเดิมก็เลยกินเข้าไป รสเหมือนเดิม