วันนี้ 1 ตุลา ซึ่งไม่ได้เป็นวันก่อตั้งเพจนี้จริงๆหรอก แต่เป็นวันที่กลับมาจาก ป.โทญี่ปุ่นมาเริ่มต้นชีวิตทำเกมล้วนๆเมื่อ 2 ปีก่อนแล้วก็ขี้เกียจจำวันก่อตั้งจริงๆเลยเปลี่ยนวัน anniversary เป็นวันนี้ซะเลย

ทบทวน Concept เพจ

เพจนี้จะยังเป็นเพจสไตล์ diary ต่อไป คือของจริงคนจริง ลงเรื่องที่เจอจริงและจะไม่พยายามหา content มาลงถ้าไม่มี content ลง.. 555 จะสังเกตุเห็นว่าหลายเพจเป็นสไตล์ persona เช่นเพจปรัชญากราฟิก ก็จะมี cliche ประมาณว่าตั้งชื่อไฟล์ _final_123.psd หรืองานเยอะ เจ้านายเร่ง ได้ค่าจ้างน้อย นอนดึก ฯลฯ มาลงเสมอๆเป็น character ของคนประเภทนั้น แต่เพจนี้ไม่… จะคุยด้วยเหมือนเขียนไดอารี่เฉยๆ ไม่ได้อยากสร้างแบรนด์ ไม่ได้อยากทำ content เป็น “ไดอารี่ส่วนตัว-สาธารณะ”

ผมตั้งเพจนี้ขึ้นมาหลังไปยึดอำนาจเพจเก่าจากเพื่อนที่ไม่ค่อยสนใจจะอัพเดทแล้วเพื่อให้ลงอะไรก็ได้ได้ตามใจ แล้วก็ประกอบกับ group เกี่ยวกับเกมส่วนมากที่บรรยากาศค่อนข้าง professional ธุรกิจและ elitist ไปทำให้ลงอะไรได้ไม่สะดวก อยากให้ลงอะไรก็ได้ตามใจซึ่งมีประโยชน์บ้าง ไร้สาระบ้าง ไม่เข้า theme บ้าง เหมือนเขียนไดอารี่ในห้องนอน จะเขียนแบบนี้ใครจะทำไม

พอตั้งเพจแล้วมีที่พิมพ์อะไรบ้างก็ช่วยได้ดี.. ยิ่งพอรู้ว่ามีคนได้ประโยชน์จากมัน

เวลา

ผ่านมา 2 ปีนี่ พอดูๆว่ากำลังทำเกมเดิมอยู่เลย รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆนะ ทั้งๆที่นั่งทำเกมมาตลอดแต่เอ.. มันหายไปไหน

มันก็ไม่หายหรอก รับงานพิเศษก็หลายงาน กี่เดือนที่แวะไปทำของ Asset Store ขาย กี่เดือนที่ reset ใหม่เพื่อโละเป็น ECS แต่ไม่ได้คิดว่าไปๆมาๆมันจะกลายเป็น 2 ปีไง จำนวนปีเนี่ย กลายเป็นหน่วยที่เล็กๆมากๆๆไปเลย จำได้ว่าตอนสมัยเรียน ป.ตรี แต่ละปีมันชัดมากว่าเราค่อยๆก้าวผ่านไป

พอมาทำแบบนี้ที่ทำลายทุกขอบเขตที่รู้สึกได้ สัปดาห์นึงก็ไม่มีเส้นตรงวันศุกร์กับเย็นวันอาทิตย์อีกต่อไป แม้แต่ในวันเดียวกันก็มีแค่ไปกลับร้านกาแฟแต่กลับมาก็ปั่นเกมต่ออยู่ดี เล่นเกมตอนกลางคืนก็มีบ้าง แต่พอเล่นเสร็จแล้วอาบน้ำเตรียมนอนก็เอาคอมเข้าห้องอยู่ดี (จนกลายเป็นว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรซักอย่างในคอมก่อนนอนจนเมื่อยจะนอนไม่หลับไปเลย) ได้สัมผัสความรู้สึก continuous ขั้นสุดยอดจนอยากหยุดเวลา มันไหลไวเกินไปแล้วนะ! เหมือนเมื่อวานยังเป็นสงกรานต์อยู่เลยเพราะนั่นเป็น checkpoint ไม่กี่อันที่รู้สึกได้เวลากลายมาเป็น freelance ที่เหลือ มันมัวๆไปหมด ยิ่งมาดูตำแหน่งโค้ดตอนนี้มันก็แถวๆเดิม ยิ่งรู้สึกว่ามันใช้เวลาจริงๆ

ตอนนี้อยู่ในจุดที่ไม่ต้องการเสาร์อาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังอิฉฉาคนที่ยังเห็นเสาร์อาทิตย์เป็นวันพิเศษได้อยู่นะ รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มัน linear ไปหน่อย ไม่มี rhythm

ราง

สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ ก็คือเรื่องเป้าหมายชีวิต เวลามาทำงานแบบนี้แล้วพอ “ราง” มันหายไป ได้คิดอะไรชัดเจนขึ้นหลายอย่าง

รางที่ว่าก็คือ ตอนทำงานประจำก็ต้องไปเข้างาน ตอนเย็นออกงาน เดี๋ยวสิ้นเดือนมีเงินมา ซักพักเพื่อนชวนกินข้าวก็ไป พอเงินเยอะเข้าก็ใช้ซื้อของใช้ไปเที่ยวได้ หลายๆอย่าง full automatic แล้วมันช่วยผ่อนภาระการคิดเรื่องพวกนี้ได้ จนรู้สึกว่าการใช้ชีวิตมันก็ simple ดี มี objective อยู่ชัดๆเหมือนเล่นเกม

พอไม่มี ทุกครั้งที่หยุดพิมพ์โปรแกรมแล้วนั่งเฉยๆ เหมือนความเร็วชีวิตกลายเป็น 0 ของแท้ ไม่มีอะไรเหลือจริงๆ ทำให้ได้คิดอะไรหลายอย่างมากว่าเราอยู่ไปทำไม ได้คิดแม้กระทั่งเรื่องตายว่าถ้าตายพรุ่งนี้อาจจะยิ้มได้บ้างเพราะสิ่งที่อยากทำก็ได้ทำไปเรื่อยๆอยู่แล้ว

อา แต่นั่งดูรถติดทุกวันจากร้านกาแฟก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

เงินเดือนแสนวิเศษ

แม่ถามว่า นี่พ่อเกษียณแล้ว อยู่ราชการจนเกษียณอย่างภาคภูมิใจ วันจันทร์นี้ไม่ต้องไปทำงานแล้วอยากเป็นแบบพ่อมั้ย เอาจริงๆคือไม่อยาก เพราะตัวเองเป็นสายวิศวะไปแล้ว ถ้าไม่สร้างหรือเรียนอะไรซักอย่างตลอดเวลาแล้วหงุดหงิด.. แม่บอกว่าชอบสร้างโน่นนี่ก็ดี แต่ก็ต้องได้เงินควบคู่กันไปด้วยเลี้ยงตัวเองได้ด้วย นี่แหละ ความคิดของราชการก็คือถ้าทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เงิน แต่ทำงานประจำก็ได้เงิน พอบอกแม่ว่าแล้วมีคำแนะนำอะไรมั้ยล่ะที่ทำให้ได้เงินตั้งแต่ของขายยังไม่ออกมา ก็ไม่มีถ้าไม่กู้มาแล้วเอาเงินมาให้ตัวเอง เหลือแต่งานประจำเท่านั้นแหละได้เงินเลย เพราะสิ่งที่สุดยอดอย่างระบบเงินเดือน นี่เอง ที่ enable ให้ตัดสินใจ do something ได้อย่างง่ายดายตั้งแต่แรก มัน guaranteed วิเศษเหมือน quest board ในเกมที่มีเงินรางวัลเขียนอยู่ แล้วพอเราทำตามนั้นไปสิ้นเดือนก็ได้จริงๆด้วย ไม่เคยทรยศเรา ตอนเคยได้เงินเดือนไม่เคยรู้สึกขนาดนี้ พอออกมาจากระบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันดีมากๆ คนที่เอาเงินเดือนมาให้เรานี่คงเครียดน่าดูที่ต้องกู้แล้วไม่รู้จะชนะเงินที่ลดลงได้มั้ย

แม่อยากได้ทั้งคู่ คืออยากให้ทำในที่เรียนมาด้วยแล้วก็เอาเงินด้วยแต่ถามว่ายกตัวอย่างซิว่าจะทำแบบนั้นได้ไงก็ไม่มีคำตอบ สุดท้ายก็ไปลงที่ ทำงานประจำแล้วว่างๆค่อยทำเกมสิ (เหมือนตอน ป.ตรี หลัง ป.ตรีที่ทำงาน ตอนเรียนโท เด๊ะๆเลย ทำ xxx ไปด้วยแล้วก็เกมไปด้วยสิ) นั่นแหละที่ได้ แต่ก็จะวนเข้าวังวนเดิมที่ไม่ได้เต็มที่กับอันที่จะเอาจริงๆมัวแต่ regen เงินเผื่ออนาคต มีเงินเก็บก็คงมีอนาคตแบบนึง แต่ทำอะไรที่จะทำเลยก็คงมีอนาคตอีกแบบนึงที่คงไม่เหมือนกัน ส่วนตัวคิดว่าไม่ผิด เพราะสุดท้ายเชื่อว่าเกิดมาเพื่อ do something เอาทั้งหมดมันก็โกงไป ถ้าจะเอาอนาคตแบบนี้ ก็ต้องเสียสละเงินเก็บ เงินไม่เพิ่ม แต่ก็ไม่ตาย ตอนนี้สถิติอยู่ที่เดือนละ 4500 อันนี้รอดได้จริง แต่ไม่มีเงินเก็บ

ตอนนี้ของใน Asset Store บางเดือนก็ขายไม่ได้ บางเดือนก็ 1000 แต่เดือนล่าสุดในที่สุดก็ได้ 12000 (ฟลุ๊ค?) ซึ่งเกิน 10000 เป็นครั้งแรก กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ 2 ปี เทียบกับถ้าทำงานเงินเดือนก็ ez ไปแล้ว ป่านนี้อาจจะมีคอมเรนเดอร์ดีๆใช้แล้วก็ได้

กลางปีที่แล้วเพื่อนๆเริ่มไปเที่ยวต่างประเทศกัน เป็นสิทธิ์พิเศษของคนมีเงินเก็บที่เราดัน trade-off ไปแล้วกลายเป็นโค้ดเกมที่เห็นอยู่ตรงหน้าเนี่ยที่เราเป็นเจ้าของ 100% แต่ยังไงเริ่มรู้สึกอิฉฉาจนไปสมัครงานที่ SCB ไว้ ทนไม่ไหวที่ไม่มีของที่คนอื่นเขามีกัน 555 แต่สุดท้ายเขาไม่เรียกแล้วก็เลยพักไอเดียไว้ก่อน ตอนนั้นไม่รู้คิดไปถึงขนาดนั้นได้ไง ถ้าได้เข้างานจริงเกมคงไม่เสร็จยิ่งกว่าตอนนี้อีกแต่คงมีหลายๆอย่างมาแทน เอาน่ะนั่นก็หนึ่งในการผจญภัยที่เกิดขึ้นในหัวตัวเองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเหมือนกัน เติบโตขึ้นเหมือนกัน ลอง simulate ตัวเองว่าเข้างานแล้วก็คงพะวงไปวันๆอยู่ดีว่าถ้าไม่มีงานแล้วทำแต่เกมจะได้ขนาดไหน ก็เลยเออ มาทางนี้น่าจะดีกับเราแล้ว

เรื่องอิฉฉาก็แค่ relative value พอเห็นคนอื่นไปงานเลี้ยงมีคนรู้จักล้อมรอบมากมาย เห็นเพื่อนแต่งงาน เห็นเพื่อนไปเที่ยวไกลๆได้ ก็เลยได้เทียบกับตัวเองว่าเราไม่มี แค่เล่น social ต่างๆน้อยลง ไม่ได้รับข่าวจากคนอื่นบ้างคงจะช่วยให้ตัวเองไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น

ใครอยู่ในระบบเงินเดือนก็.. treasure it นะครับ มันเทพมาก ไม่เคยออกมาอาจจะรู้สึก take for granted ผมว่าคนที่เอาเงินเดือนมาให้เราได้นี่น่านับถือมากเลย สามารถสร้างความหวังให้คนอื่นได้ สร้างการทำงานที่มีความสุขได้ แล้วเขาพวกนั้นหาเงินมาจากไหน จะโดนแม่ว่าเหมือนกันมั้ย

ปีหน้า

ถามแม่มาว่าวันนี้ครบรอบ 2 ปีที่กลับจากญี่ปุ่นแล้ว เกมยังไม่เสร็จ เป็นไงช้ามั้ยครับ แม่บอกว่าก็ช้าพอสมควร

ก็เลยบอกว่านี่ขนาดทำล้วนๆแล้ว ไม่พะวงไปทำอะไรที่ “เลี้ยงตัวเองได้ก่อน” แล้ว โดนว่าอยู่แต่หน้าคอมตาจะเสียโดยที่จอคอมไม่ใช่จอเกมมาก็นับไม่ถ้วนแล้ว อันนี้แหละคือ maximum จริง ค่อนข้างมั่นใจว่าย้อนเวลาได้ ก็คงทำเร็วกว่านี้ได้ไม่มาก ก็เลยบอกแม่ว่านี่แหละของจริงครับ ของการทำงานแบบนี้ แบบที่ไม่ยอมเป็นหนี้ไปกู้เงินมาให้เป็นเงินเดือนตัวเองกับจ้างทีม ถ้าทำตามที่แม่ว่าจะไม่อีก 5 ปีเสร็จเหรอ แต่ส่วนตัวก็คิดเหมือนกันว่าระดับนี้ก็ยังไม่พอ ยังต้องเก่งขึ้น ให้เขียนโค้ดเร็วขึ้นกว่านี้อีกให้ catch up กับโลกปกติให้ได้ น่าจะยังเก่งไม่พอที่จะรอดในสายงานแบบนี้ได้

สิ่งที่ออกมามันคือแค่ไม่กี่พันบาททุกเดือนจาก Asset Store แล้วก็สินค้าที่อยู่ในรูป code ที่ยังไม่เสร็จนี่แหละผลของ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมันมองไม่เห็นไง ไม่มีสินค้าขายแล้วเงินจะลอยมาได้ไงครับ ไม่เหมือนรับเงินเดือนที่เห็นผลจะๆทุกเดือนได้ อยากบอกแม่ว่าถ้าสงสัยว่าเวลาหายไปไหน ที่สงสัยว่าตอนที่เพื่อนๆลูกไปข้างหน้าหมดแล้วเราทำอะไรอยู่ อยากเปิดโค้ดให้ดู เล่าได้หมดว่าบรรทัดไหนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ไหน ตอนนั้นอากาศประมาณไหนอารมณ์เป็นยังไง อดีตของโค้ดนี้ เคยมีโค้ดที่โละทิ้งกี่รอบซ้อนอยู่ นี่แหละคือระหว่างที่แม่ได้เงินเดือน ทุกอย่างมันอยู่ในนี้มันไม่ได้ “ช้า” หรือหายไปไหนเลยครับ

ปีหน้าคิดว่าเกมเสร็จ ถ้าขายดีก็คงเอาเงินนั้นมาอยู่บวกกับ maintain เกมให้มันไปได้ไกลขึ้น ถ้าขายไม่ดีจะเข้าทำงาน SCB แล้ว maintain เกมช้าๆหลังเลิกงานแทน เพราะเดินไปกลับที่ทำงานได้น่าจะมีเวลาเพิ่มเยอะ แค่เวลาที่เดินทางไปทำงานก็รวม 1–2 ชม.ละ

แล้วก็เพิ่งไปดูเครื่องชงกาแฟมา entry ประมาณ 50,000 บาท กับคุยกับเพื่อนที่มีที่ทำร้านก็น่าจะตกแต่งประมาณ​ 300,000 บาท อันนี้ก็ดูไว้เหมือนกันว่าอาจจะไปทำร้านกาแฟ เพราะทุกร้านกาแฟที่ไปเห็นเจ้าของร้านมี downtime เยอะมาก ไม่ตี ROV เล่นเฟซก็ดูดบุหรี่ ถ้าผมไปทำเกมในร้านกาแฟก็น่าจะลดความเครียดว่ากาแฟจะทำให้ร้านไปรอดได้มั้ย ตัวเองก็ยังมีทางรอดเหลืออยู่อีกจากเกม

ปีหน้าจะเป็นยังไงแค่คิดก็ตื่นเต้นนิดๆ แต่ทุกกรณี อย่างแรกผมต้องเอาเกมที่ทำอยู่นี้ให้เสร็จในปีนี้ เกมที่ทำมานานที่รอคอยวันปล่อยมานาน 2–3 ปี ผลจะออกมาเป็นยังไงนะ คิดไว้ก่อนก็คงล่มแหละ แต่ผมไม่ได้กลัวล่ม ผมกลัวแต่ไม่เสร็จอย่างเดียว ยังไงถ้าได้ทำแล้วก็คือชนะทันที ถ้ามันจะล่มแล้วผมไปเข้า SCB จริงผมก็ชนะอยู่ดี ซึ่งนี่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าผมไปกู้เงินมาทำเกมแล้วต้องขายให้ได้ด้วยเพื่อใช้คืน ก็เลยไม่มีคำว่าแพ้ ชนะในทางชีวิตนะ ได้ทำของของตัวเองจนเข้าเส้นชัย แต่ถ้าขายได้ก็เป็นของแถม ผมหวังว่าวันนั้นจะคิดแบบนี้ได้

คุณที่อ่านอยู่ เคยผิดหวังอะไรที่หวังไว้นานๆบ้างครับ ลองย้อนนึกไปไกลๆ… ผิดหวังคืออะไร คือเราคิดว่ามันจะเป็นแบบนึงไว้ในอดีต แต่ทำไมมันไม่เป็นแบบนั้นอยู่เรื่อยซะได้นะ ไหนจะเคยไปพลิกแผ่นด้นหาร้านขนมที่ญี่ปุ่นแล้วพอไปถึงก็ขายหมดแล้วบ้าง บางอย่างที่รอคอยมา 2 ปีแล้วจบลงใน 1 นาทีก็มีมาแล้ว ทำเพลงซะนานส่งไปประกวดรอหลายเดือนออกมาตกรอบก็มีมาแล้ว บางอย่างที่รอคอยมา 4 ปีแล้วจบลงใน ไม่กี่ ชม. ก็เคยมาแล้ว ผิดหวังมั้ย ก็ผิดแหละครับ แต่สำเร็จมั้ย สำเร็จ เพราะผลสุดท้ายเรารู้ผลไงครับ เราไม่ได้รอมันตลอดไปซักหน่อย คำว่าผิดหวังมันไม่ได้น่ากลัวซะหน่อย แต่เป็นสิ่งที่เราควรจะไปหามันต่างหาก เพราะจะผิดหวังได้แปลว่าเรารู้ผลแล้วครับ คนที่คิดจะฆ่าตัวตายหลายๆครั้งก็มาจากความผิดหวัง ผมเองดีใจเหมือนกันที่ได้ผ่านขั้นตอนคิดนั้นมาแล้ว มันไม่ตื่นเต้นเหรอครับว่าผิดหวังต่อไปจะมีอะไรรออยู่ มันจะเหี้ยกว่าเดิมได้ซักแค่ไหนเชียว มันจะ New Record! เหมือนในเกมรึเปล่า

หวังต่อไปก็ปีหน้าที่เกมที่ทำมาตั้งนานควรจะเสร็จนี่แหละ จะผิดเป็นท่าไหนผมล่ะตื่นเต้นจริงๆ รอดูความล้มเหลวไม่ไหวแล้ว!

เพราะงั้น 3 เดือนที่เหลืออยู่ full speed ครับ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามมาตลอดด้วยครับ